1) เลือกสถานการณ์
ค่าที่อ่านได้
Master chart : EX / R / T
เงื่อนไข R ≥ T
รอบจริง · ความถี่ใช้งาน f
แรงเร่งตัวเครื่อง a = ω²e
ประสิทธิภาพการคัด (ตามน้ำหนัก · 20 วินาทีล่าสุด)
แป้งดีปนในช่อง Oversize (ที่ Check sieve จะเห็น)
ที่หลุดเป็นเม็ด Near-size
เวลาอยู่บนตะแกรง (เฉลี่ย)
ปริมาณวัสดุบนตะแกรง (เทียบออกแบบ)
ตะแกรงอุดตัน (Blinding)
แรงไม่สมดุลลงฐาน Fres (ส่วนที่ Counter weight หักล้างไม่หมด)
r = f / fₙ โครง · DAF
ระยะเคลื่อนที่ฐาน (เกณฑ์ ≤ 0.15 mm)
2) ปรับค่า
Product & ตะแกรง (แป้งของเรา)
–µm · > dmax%
1 จุดบนตะแกรง = วัสดุ 1 ส่วนน้ำหนักเท่ากัน สุ่มขนาดตามการกระจายนี้ (Log-normal) · โอกาสลอดรู ∝ (1 − d/รู)1.5 → เม็ด Near-size (0.75–1 เท่าของรู) ลอดยาก หลุดไป Oversize มากที่สุด · Bulk density ต่ำ = น้ำหนักเท่ากันแต่ชั้นวัสดุหนากว่า (ล้นง่ายกว่า · แบบจำลองสมมติว่า 5 t/h ที่ 475 kg/m³ = ชั้นวัสดุออกแบบ) · แรงตกค้างลงฐานคิดจากน้ำหนักวัสดุบนตะแกรง
หลักการ
- เพลาเยื้องศูนย์ (Eccentric 20–40 mm) ขับด้วยสายพาน ชุดตะแกรงส่ายเป็นวงแนวนอน ไม่ได้หมุนรอบตัวเอง
- Radial inclination โยนวัสดุจากกลางออกขอบ · Tangential inclination พาวัสดุวนเป็นเกลียว
- ปากกา Master chart วาดเป็น Ellipse : ยาว = EX = 2e · หนา = R · เอียง = T (X − Y) · ต้อง R ≥ T วัสดุจึงออกขอบ
- Counter weight ถ่วงไว้ที่ค่าตั้งโรงงานและโหลดออกแบบ (5 t/h) → ปรับ e เอง ป้อนเกิน หรือเพิ่มชั้น ทำให้เหลือแรงตกค้างลงโครง
- f = 170–270 rpm = 2.8–4.5 Hz ใกล้ fₙ ของโครงเหล็กและยางรอง → ต้องยึดแน่นกับโครงที่แข็ง ห้ามใช้ยางรอง
ตัวเลข EX/R/T และเกณฑ์ระยะเคลื่อนที่ 0.15 mm จาก Commissioning Report GKM KTS 2000/1 (6 เครื่อง) · มวลชุดตะแกรง 800 kg และมวลโครง 3,000 kg เป็นค่าสมมติในแบบจำลอง ปรับให้ค่าปกติตรงกับที่วัดได้ H 0.06–0.08 / V 0.01–0.03 mm · การไหลของวัสดุเป็นแบบจำลองเชิงคุณภาพ